การลบ Valorant ออกจากเครื่อง ไม่ใช่แค่การลบตัวเกมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกวาดล้าง Riot Vanguard ระบบป้องกันการโกงระดับ Kernel และการแก้ปัญหากวนใจอย่าง TPM 2.0 หรือ Secure Boot ขัดข้อง ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะต้องการคืนพื้นที่จัดเก็บ แก้ไขปัญหา หรือเลิกเล่นแบบหักดิบ นี่คือวิธีลบทุกร่องรอยของ Valorant ออกจาก PC ของคุณ
PS: ถ้าคุณกำลังจะเลิกเล่นเพราะเจอแต่พวกสายท็อกซิกก่อกวนในเกม ทำไมไม่ลองใช้บริการ Valorant ranked Boost จาก BoostRoyalดูล่ะ? เหล่าผู้เล่นระดับท็อปสาย Boost ของเราพร้อมช่วยเหลือคุณเสมอ
ทำไมการถอนการติดตั้ง Valorant ถึงสร้างความหงุดหงิดให้ผู้เล่น?
Valorant ทิ้งไฟล์ส่วนเกินไว้พอสมควร และนี่คือเหตุผลที่ผู้เล่นหลายคนไม่ค่อยชอบใจนัก:
- Riot Vanguard: ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงในระดับ Kernel (แม้ว่าจะปิดตัวเกมไปแล้วก็ตาม)
- ไฟล์หลงเหลือ: ค่า Registry, โฟลเดอร์เกม และโพรเซสที่ซ่อนอยู่ มักจะยังค้างอยู่ในเครื่องแม้ว่าจะกดถอนการติดตั้งไปแล้ว
- ข้อจำกัดด้านแพลตฟอร์ม: แม้ว่าตอนนี้จะเล่นได้ทั้งบน PC, Xbox และ PS5 แต่เครื่องคอนโซลอื่น ๆ ก็ถูกมองข้ามไปโดยปริยาย
คู่มือทีละขั้นตอน: ถอนการติดตั้ง Valorant บน PC (2025)
1. ลบ Valorant ผ่าน Windows Settings
- สำหรับ Windows 11/10: ไปที่ Settings > Apps > Installed Apps
- จากนั้นค้นหา Valorant คลิกที่เมนูจุดสามจุด แล้วเลือก “Uninstall”
2. ลบ Riot Vanguard
- ทำตามขั้นตอนเดิมด้านบน โดยกลับไปที่ Installed Apps แล้วกดถอนการติดตั้ง Riot Vanguard
- รีสตาร์ต PC ของคุณ เพื่อยุติโพรเซสระดับ Kernel ทั้งหมด
3. กวาดล้างไฟล์ที่หลงเหลือ
- ลบโฟลเดอร์เหล่านี้ด้วยตัวเอง:
- C:\Riot Games
- C:\Program Files\Riot Vanguard
- คุณสามารถลบได้ด้วยตัวเอง หรือใช้เครื่องมือฟรีอย่าง CCleaner เพื่อล้างค่า Registry ที่ค้างอยู่ได้เช่นกัน
วิธีถอนการติดตั้ง Valorant แบบไหนดีที่สุด?
|
วิธี |
เครื่องมือที่ต้องใช้ |
ลบ Vanguard ด้วยไหม? |
|
ลบแบบพื้นฐาน |
Windows Settings |
ไม่ |
|
ล้างด้วยตัวเอง |
File Explorer + CCleaner |
ใช่ |
|
ถอนรากถอนโคน |
ใช่ |
วิธีแก้ไขข้อผิดพลาดทั่วไปขณะลบ Valorant
“Critical Error Occurred” (TPM 2.0/Secure Boot)
สำหรับปัญหานี้ คุณต้องไปอัปเดตการตั้งค่า BIOS/UEFI และเปิดใช้งาน TPM 2.0 ซึ่งมีกระทู้ใน Microsoft Community ดีๆ มากมายที่อธิบายวิธีแก้ปัญหาเฉพาะทางอย่างละเอียด
“Vanguard Won’t Uninstall” (ลบ Vanguard ไม่ได้):
ใช้ Command Prompt ในสิทธิ์ Admin:
- คัดลอกและใส่คำสั่งต่อไปนี้: “sc delete vgc” และ “sc delete vgk”
“Game Files Stuck” (ไฟล์เกมค้าง ลบไม่ได้)
บูตเครื่องเข้าสู่ Safe Mode แล้วทำการลบโฟลเดอร์เหล่านั้นด้วยตัวเอง
อยากกลับมาลง Valorant ใหม่ทีหลัง? นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้
ไม่มีปัญหา! ข้อมูล Valorant account ของคุณ (Skins, Rank, ความคืบหน้า) ถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของ Riot และการติดตั้งใหม่ก็ง่ายสุดๆ:
- ดาวน์โหลดตัวติดตั้ง Valorant แล้วรันไฟล์ ตัวติดตั้งจะทำการดาวน์โหลดและติดตั้งทั้ง Valorant และ Riot Vanguard ไปพร้อมๆ กัน
- ล็อกอินเข้าใช้งาน ข้อมูลทั้งหมดของคุณยังอยู่ครบถ้วน
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลบ Valorant ในปี 2025
Q: ถอนการติดตั้ง Valorant แล้วข้อมูลไอดีจะหายไหม?
A: ไม่หาย บัญชีของคุณถูกเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ของ Valorant การลบเกมจะไม่ลบบัญชี, เอเจนต์ หรือ Skins ของคุณ
Q: จะแก้ไขข้อผิดพลาด Vanguard Secure Boot ได้อย่างไร?
A: เปิดใช้งาน Secure Boot ใน BIOS/UEFI เนื่องจากเป็นวิธีเฉพาะทาง เราแนะนำให้ดูจาก คู่มืออย่างเป็นทางการ ของ Riot
Q: ควรถอนการติดตั้ง Valorant หรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง แต่ถ้าเหตุผลคือเจอเกมคุณภาพต่ำ การใช้บริการ Valorant Boost อาจเป็นสิ่งที่คุณต้องการมากกว่าการลบเกมทิ้งทั้งหมด
ทำไม Vanguard ของ Valorant ถึงเป็นประเด็นดราม่า
- การเข้าถึงระดับ Kernel: Vanguard ทำงานในระดับระบบปฏิบัติการ (System Level) ทำให้ผู้เล่นบางส่วนกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว
- ผลกระทบต่อประสิทธิภาพเครื่อง: มีการดึง CPU ขณะสแตนด์บาย (1-3%) และปัญหากับไดรเวอร์โปรแกรมไฟ RGB แม้ฟังดูไม่เยอะ แต่ส่งผลกระทบอย่างมากสำหรับผู้เล่นที่ใช้คอมสเปกเก่า
- บังคับใช้: หากลบออก คุณจะไม่สามารถเล่น Valorant และเกมอื่นๆ ของ Riot ได้
บทสรุป: คืนอิสระให้ PC ของคุณ
การลบ Valorant เป็นมากกว่าแค่การเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ แต่มันคือการรีเซ็ตระบบทั้งหมด ไม่ว่าคุณจะลบเพื่อแก้ปัญหาเครื่อง เพิ่มทรัพยากร หรือเพื่อสุขภาพจิตของคุณเอง ควรทำอย่างหมดจด เจอปัญหา Vanguard กวนใจ หรือ TPM Error อยู่หรือเปล่า? มาแชร์ประสบการณ์กันได้ที่ด้านล่างนี้เลย แล้วมาเคลียร์ปัญหานี้ไปด้วยกัน!



